คณะผู้ดำเนินโครงการ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก จัดกิจกรรมโครงการพัฒนาอาชีพชุมชน นำหลักสูตรศิลปหัตถกรรม "ผ้าด้นมือ" (Hand Quilting) มาฝึกอบรมให้กับประชาชนในพื้นที่ชุมชนกรมทหารส่วนแยก บชร.1 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อมอบองค์ความรู้ สร้างทักษะฝีมือ และเปิดโอกาสในการสร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือนอย่างยั่งยืน
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน การมีทักษะอาชีพที่หลากหลายถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต คณะผู้จัดงานเล็งเห็นถึงศักยภาพของประชาชนในชุมชนกรมทหารส่วนแยก บชร.1 และความต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จึงได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้น โดยเลือกหลักสูตร "ผ้าด้นมือ" เนื่องจากเป็นงานหัตถกรรมที่อาศัยความประณีต มีเอกลักษณ์ และมีความต้องการของตลาดสูง ทั้งในรูปแบบของของใช้และของที่ระลึก
ตลอดระยะเวลา 3 วันของการอบรม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยความตั้งใจ ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับการถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างใกล้ชิดจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงการผลิตชิ้นงานจริง ได้แก่:
การเรียนรู้คุณสมบัติของผ้าและวัสดุอุปกรณ์: การเลือกผ้าให้เหมาะสมกับการด้น การเตรียมเข็ม ด้าย และอุปกรณ์เสริมต่างๆ
เทคนิคการด้นมือแบบต่างๆ: การสร้างลวดลายที่สวยงาม แข็งแรง และเป็นเอกลักษณ์ลงบนผืนผ้า
การขึ้นรูปผลิตภัณฑ์: กระบวนการตัดเย็บและการประกอบชิ้นงานจริงจนได้เป็น "กระเป๋า" และ "หมวก" ที่มีความประณีต สวยงาม และสามารถใช้งานได้จริง
นางประเทือง รื่นบรรเทิง วิทยากรภูมิปัญญา ของแขวงเสนานิคม กล่าวถึงความสำเร็จของโครงการว่า "โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนมีรายได้เสริม ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังเป็นการอนุรักษ์งานหัตถกรรมที่มีคุณค่า โดยผลผลิตจากโครงการนี้ ไม่เพียงแต่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่ยังสามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์หรือตลาดชุมชน ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในระดับฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม"
ผลลัพธ์จากโครงการนี้ พบว่าผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้และความเข้าใจในกระบวนการทำผ้าด้นมืออย่างลึกซึ้ง สามารถผลิตกระเป๋าและหมวกที่มีคุณภาพได้ด้วยตนเอง พร้อมที่จะนำทักษะที่ได้รับไปประกอบเป็นอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวต่อไป
กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ และสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน