ธุรกิจชุมชนบ้านโนนสว่าง ตำบลโพนงาม อำเภอเดชอุดม สามารถแบ่งออกได้ 3 ระยะ ได้เเก่
1)ระยะที่ 1 ยุคก่อตัวเริ่มจากการทอผ้าจากภูมิปัญญาของหมู่บ้านนำใช้ประโยชน์ภายในครอบครัวและจำหน่ายผ้าพื้นให้กับเพื่อนบ้านเพื่อนำไปตัดเย็บเสื้อผ้าในราคาพื้นบ้านโดยไม่คิดเป็นสินค้าเพื่อหากำไร เป็นการแลกเปลี่ยนสินค้าใช้สอยภายในครัวเรือน ต่อมาทางราชการเห็นความสำคัญจึงได้นำครูฝึกมาสอนการทอผ้าด้วยกี่กระตุก
2)ระยะที่ 2 ยุคเติบโต หน่วยงานภาครัฐได้ส่งครูฝึกมาสอนเพิ่มทักษะการทอผ้าพื้นหลากหลายชนิด เช่น ยกตัวอักษร ลายไทย รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ส่งเสริมให้ข้าราชการใส่เสื้อผ้าลายไทย ทำให้การทอผ้าพื้นของกลุ่มทอผ้าบ้านโนนสว่าง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากข้าราชการภายในอำเภอเดชอุดมและจังหวัดอุบลราชธานี สมาชิกบางคนต้องปรับเปลี่ยนอาชีพหลักจากการทำนามายึดการทอผ้าเป็นอาชีพหลัก อาชีพรองคือการทำนา
3)ระยะที่ 3 ยุคพัฒนา มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากการส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐ มีการแยกกลุ่มโดยได้รับอนุมัติจากการนำเข้าประชาคมหมู่บ้านและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนออกเป็น 7 กลุ่ม แบ่งเป็นการจัดตั้งกลุ่มออกเป็น 2 ลักษณะคือ 1) กลุ่มที่ไม่มีงบประมาณจากราชการสนับสนุน คือ กลุ่มสมคิดผ้าฝ้าย กลุ่มผ้าฝ้ายมัดย้อม กลุ่มปอยฝ้าย 2)กลุ่มที่หน่วยงานราชการให้คำแนะนำก่อตั้งกลุ่มและมีงบประมาณสนับสนุน คือ กลุ่มทอผ้า กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า กลุ่มฝ้ายแก้ว กลุ่มฝ้ายไทย การบริหารของกลุ่มธุรกิจชุมชนส่วนมากจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ ประธาน รองประธาน เหรัญญิก เลขานุการ ประชาสัมพันธ์ โดยมีคณะกรรมการเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนหมู่บ้าน กำกับ ดูแล ประสานงาน